คนไทยยวนคนเมืองล้านนา


                               "คนไทยยวน"

การอพยพและวิถีชีวิตและการตั้งถิ่นฐาน

 ลักษณะ     ๑๐     ประการ



............นักเดินทาง............ชอบสร้างบุญทำทาน...............ช่วยเหลืออุดหนุนซึงกันและกัน
............ขยันขันแข้ง.......... สุดยอดศิลปวัฒนธรรม............กล้าหารอดทน
............เลิศด้านฝีมือ........สัจจะซื่อสัตย์                ............เทอดทูลบุพการีบรรพบุรุษ
............เสียสละเอื่อเฟื่อซึงกันและกัน



ภาพการแต่งกายของหญิงไทยยวนโบราณคือการเปลือยอกหรือเคียนอกด้วยผ้าสีเข็ม


เพิ่มคำอธิบายภาพรูปถ่ายแม่หม่อนยอนแม่หม่อนอายุ99ปี




           
             



การตั้งถี่นฐานของคนไทยยวน




                            ภาพคนไทยยวนกับการนุ่งซิ่นที่เรียกว่า "ซิ่นตีนจก"เป็นอัตลักษณการตั้งถี่นฐานของคนไทยยวน
























ไตยวน   หรือไทยยวนคนเมืองล้านนาหรือไทยล้านนาเป็นกลุ่มชาติพันธ์ชาวไทกลุ่มหนึ่งที่ตั้งถี่นฐานทางตอนเหนือของประเทศไทย  และเป็นประชากรชาวไทย ในสมัยโบราณคนล้านนามักมีคำเรียกตนเองว่า  คนโยน(ยวน)หมายถึงเจ้าข้าเป็นคนมาจากเมิง(เมือง) โยนกนครเชียงแสนหรือ  ไต ยวน ไตเพื่อแยกตนเองออกจากคนใต้(ประเทศสยาม)ในปัจจุบันนี้คนยวนล้านนาจะเป็นพลเมืองของประเทศไทยยังคงเรียกตนเองว่า   "คนเมือง"  เพื่อให้เข้ากับภาษาล้านนาว่า  คำเมืองเป็นแสดงออกว่าคนไทยยวนล้านนามีความตระหนักสำนึกรักหวงแหนในเอกลักษณ์อัตลักษณ์ของตนเองมาตลอด

   การตั้งบ้านเรือน                                                                                                               คนไทยยวนมักสร้างบ้านเรือนหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนในเขตจังหวัดภาคเหนือตอนบนเขตจังหวัดเชียงราย  เชียงใหม่  ลำพูน  ลำปาง แพร่  น่าน   แม่ฮ้องสอนมี        มีภาษาพูดและภาษาเขียนของตนเอง

   การแต่งกาย
  การแต่งกายของผู้หญิงไทยยวนเดิม
     ในอดีตผู้หญิงไทยยวนชอบเปลือยอกหรือเคียนอกด้วยผ้าสีเข้มมีผ้าสใบที่เรียกว่า  "ผ้าสหว่ายแหล้ง"  ีขาวหรือที่ไม่เข็มจนเกินไปพาดในลักษณะสพายปกบ่าข้างซ้ายสบัดปลายอีกลอดใต้วงแขนมาบรรจบกันปล่อยชายผ้าห้อยข้างหน้าสั้นกว่าข้างหล้ง    นุ่งผ้าที่เย็บติตกันเป็นกระบอก(กระสอบ)เรียกว่า  "ผ้าซี่น"  และส่วนที่ต่อของซิ่นหากมีงานบูญหรือพิธีสำคัญก็จักนำสวมใส่เรียกผ้าชี้นนั้นว่าตีนจกเป็นลักษณะที่ทอแบบมีลวดลายงดงามวิจิตรบรรจงมีเอกลักษณ์เฉพราะของคนไทยยวนล้านนา  เกล้ามวยผมไว้กลางศรีษะ  ทั้งผู้หญิงและผู้ชายซึ่งมีคำที่พ่อหม่อนแปงพ่อหม่อนแสนซึ่งเจ้าข้า(ผู้เขียน)ชอบเรียกตอนเด็กๆว่า  ป้อโหลงแปง  ป้อโหลงแสน  แม่โหลงต๋า ป้อโหลงทาเจิงเจ้าข้าชอบที่เรียกกันว่า คนยองโหโหลง(หัวหลวง)   คนโยน
โหฐาตุ(หัวฐาตุ)ความหมายคือพ่อหม่อนแปงเป็นคนยวนที่เกิดในเชียงแสนชอบเกล้ามวยผมที่กลางศีรษะส่วนพ่อหม่อนทาเจิงซึ่งเป็นคนที่มาจากเมืองยองชอบใช้ผ้าสีขาวนำมาพันรอบศีรษะของตนเองจึงเรียกหรือการนำมาล้อเลียนกันและกันตลอดที่เจอหน้ากันเป็นที่สนุกสนานมากเจ้าข้ายังจำได้จนบัดนี้อีกอย่างหนึ่งที่ผู้หญิงไทยยวนชอบเก็บดอกไม้ที่มีกลี่นหอมนำมาเหน็บที่มวยผมซึ่งเจ้าข้าเคยถามหม่อนต๋าผู้เป็นมารดาของพ่อเจ้าข้าได้ใจความว่าเป็นการบูชาเทวดาที่เป็นเทพประจำตนเทพนี้มีหน้าที่คอยรักษาขัวญหัวให้มีความเป็นมงคล

การแต่งกายของผู้ชายไทยยวน
การแต่งกายของผู้ชายไทยยวนแต่เดิมไม่สวมเสื้อเปลือยอกนุ่งผ้าสีเข็มๆทื่บๆโดยมีลักษณะการนุ่งที่เป็นเอกลักษณ์นุ่งทบหน้าสอดหล้งให้ชายห้อยย้อยทั้งข้างกน้าและข้างหลังหรืออาจมีการห้อยด้านหน้าอย่างเดียวก็ได้เรียกการนุ่งอย่างนี้ว่านุ่งผ้าแก๊ตม้ำและหรือการนุ่งผ้าแคว็ตมั้มประโยชน์เพราะอาณาจักรล้านนามีการทำสงครามกับเมืองต่างไเพื่อให้สะดวกเกิดความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวร่างกายในการสู้รบหรือทำงานผู้ชายไทยยวนล้านนาจักมีความเชื่อในเรื่องเครื่องรางของขลังการสักยันต์ตามตัวตามแขนและขาโดยเชื่อว่าจะทำให้ตนเองหนังเหนี่ยวอยู่ยงคงกระพันยามที่มีการออกรบหรือประสพภัย





















ภาพผู้หญิงไทยยวนในอดีตซึ่งเป็นลูกหลานของคนไทยยวนที่เคลื่อนย้ายไปอยู่ที่ราชบุรีปี๒๓๔๗ซึ่งตรงกับรัชสมัยรัชกาลที่๑


ชาวไทยยวนนิยมปลุกเรือนริมน้ำหรือสร้างบ้านเป็นแนวยาวตามลำน้ำด้วยรูปแบบของการทำเรือนล้านนาเดิม  กล่วาคือการสร้างเรือนทรงกาแลให้อยู่ตรงบนหลังคาหน้าจั่ว

การดำเนินชีวิตของคนไทยยวน
คนไทยยวนนับถือศาสนาพุทธชีวิตประจำวันจึงเกี่ยวข้องกับศาสนา  วันพระเช้าทำบุญตักบาตรทานขันข้าวให้แก่ผู้ล่วงลับตามเทศกาลงานบุญอาทิเดือน12เพ็ญหรือที่คนไทยยวนเรียกว่าเดือนเป็งเข้าพรรษาออกพรรษาและประเพณีทานก๋วยลากการถวายข้าวใหม่หลังจากการเก็บเกี่ยวในแต่ละปี                         ประเพณีปี่ใหม่เมือง



นอกจากการที่คนไทยยวนล้านนามีการนับถือศาสนาพุทธแล้วยังมีการนับถือผีบรรพบุรุษเรียก  ผีปู่ย่าและยังนับถือผีบ้านผีเรือนหรือผีเสื้อบ้านเสื้อเมืองวึ่งจะเห็นจากศาลาหรือเรือนไม้ประจำหมู่บ้านและจะมีข่วงหลวงของตนเองที่เป็นพ่อครูหรือสล่าช่างต่างๆมีเรือนผีครูมีประเพณีไหว้ผีครูเรียกประเพณีนี้ว่า  การทานขันข้าวหน้าขันครูมีวัตถุประสงค์คือการแสดงถึงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณก็คือ  ครูเฒ่า  ครูเก๊า  ครูปล๋าย  ครูต๋าย  และครูยังมีชีวิตอยู่ วันปกติจะสวดมนต์ไหว้พระเช้าตักบาตรให้พระที่มาบิณฑบาตรในหมู่บ้าน







ประเพณีปี่ใหม่เมืองเป็นประเพณีที่แสดงถึงความอบอุ่นของครอบครัวคนไทยยวนที่จะได้มีเวลาอยู่รวมกันทั้งหมดเช้าไปวัดตักบาตรถวายตุง

วิถีชีวิตคนไทยยวนคนเมืองล้านนาส่วนมากจะอยู่กับการประกอบอาชีพกล่าวคือ  การทำนาการทำสวนและการหาปูปลามาประกอบอาหาร

อาชีพทำนาปีหนึ่งจะมีฤดูการทำนาและฤดูการเก็บเกี่ยวข้าวเวลาส่วนใหญ่คนไทยยวนจะอยู่กับการดำเนินชีวิตอย่างนี้



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น